📖 ตอนที่ 2

ตอนที่ 2

5 เม.ย. 2569 👁 3 ❤️ 0
ขนาดตัวอักษร 18px

“นี่นายคืองค์ชายในประกาศตามหาจริงๆใช่ไหม” เรนถามกับชายที่อยู่ตรงหน้า

“ใช่สิฉันคือองค์ชายลำดับที่ 4 แห่งจักวรรดิฟอเทีย ถ้าเจ้าไม่เชื่อดูนี่” ชายคนนั้นโชว์ตาหนึ่งขึ้นมาบนนั้นเป็นรูปมังกรสองหัวประดับด้วยเพชร “นี่คือสัญลักษณ์การเป็นราชนิกูล สิ่งที่สืบทอดกันในราชวงศ์ไม่มีทางปลอมแปลง”

“งั้นก็ดีแล้ว ข้าจะพาท่านไปส่งยังเมืองหลวงระหว่างนี้ท่านพักผ่อนในห้องนี้อีกสองวันเราจะเดินทาง แต่รู้ไว้อย่างหนึ่งสารรูปท่านตอนนนี้ออกไปเดี๋ยวก็หาว่าเป็นขโมยหรอกระหว่างสองวันนี้ท่านอยู่ในห้องนี้ก่อนเถอะ” เรนกล่าวพร้อมเดินจากไปแต่ว่าหารู้ไหมว่าเธอลืมอย่างหนึ่ง

“เฮ้ย เจ้าหนะลืมปลดพันธนาการที่ขาข้ากับห้องนี้และทีนี้ข้าจะเดินในห้องยังไงหละ” องค์ชายตะโกนด้วยความสิ้นหวัง

สองวันต่อมาผ่านไปไวอย่างกับโกหก

“เอาหละด้วยความที่เดินทางผ่านรถม้าข้าดููมาละใช้เวลาเกือบสิบวันแต่ข้าจะพาเจ้ากลับโดยใช้เวลาไม่นาน” เรนกล่าว พร้อมอีกมือได้กดรีโมทอันหนึ่งแล้วไม่ถึงอึดใจก็มีประตูบานหนึ่งปรากฏขึ้นมา

“เอาหละเดินเข้ามาในประตูนี้ตามข้ามา” เรนกล่าว

หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้เดินเข้าประตูไป

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของทั้งคู่คือ พระราชวังที่ตั้งตระหง่านสูงเสียดฟ้าเป็นปราสาทที่เหมือนหลุดมาจากเทพนิยายผสมกับปราสาทยุคกลาง ทันใดนั้นก็มีทหารกลุ่มหนึ่งวิ่งเข้ามาพร้อมชักดาบขึ้นขู่

“หยุด พวกท่านเป็นใครมาทำอะไรที่เขตหน้าวังหลักการเข้ามาถึงหน้าประตูได้ต้องมีบัตรผ่านหรือตราจงแสดงตรามาซะ” ทหารหนึ่งซึ่งดูเหมือนหัวหน้ากล่าว

เรนเลยหันไปมอง องค์ชายที่ตนพามา ทางองค์ชายก็เหมือนจะเข้าใจและได้รีบควักตาในกระเป๋ากางเกงออกมา ตรารูปมังกรสองหัวประดับด้วยเพชรดูสวยงาน เรนมองด้วยความทึ่งของความสวยงานของมันแม้จะเคยเห็นก็ตาม หลังจากนั้นเมือทหารยามเห็นตรานั้นก็ได้รีบลดดาบและเก็บดาบทันทีพร้อมทำความเคารพทันที

“องค์ชาย แซม ทรงกลับมาแล้ว” หัวหน้าทหารกลุ่มนั้นได้ตะโกน และรีบเปิดทางให้ทั้งคู่เดินเข้าไป หลังจากนั้นพวกเข้าจึงเข้าไปในตัวปราสาทเพื่อพบองค์จักรพรรดิ

ณ ท้องพระโรง

“ต้องขอบใจเจ้ามาเลยนะที่พา องค์ชายของข้ามาส่งถึงพระราชวังแห่งนี้” องค์จักรพรรรดิกล่าว

“ไม่เป็นไรหรอกท่านข้าทำเพราะมันเป็นหน้าที่ที่ข้ารับงานมาแล้วต้องทำให้เรียบร้อย” เรนกล่าว

“ว่าแต่เจ้ายังไม่มีงานที่วางแผนเป็นหลักแหล่งในการทำใช่ไหม ว่าแต่เจ้ามีพลังเวทย์ธาตุไรรึ” พระราชาถามเรน

“ใช่ข้ายังไม่มีที่ทำงานเป็นหลักแหล่งเลยปกติข้ารับงานจากกิลด์นักผจญภัย ส่วนพลังเวทย์ของข้าเป็นธาตุน้ำแข็ง” เรนตอบพระราชา

“งั้นรึงั้นตั้งแต่นี้ต่อไป ข้าขอแต่งตั้งเจ้าเป็นองครักษ์ขององค์ชายลำดับที่ 4 และตำแหน่ง องครักษ์ขาวแห่งทิศเหนือ” พระราชาได้ประกาศพร้อมได้มอบตราประจำตำแหน่งให้แก่ เรน เรนรับมันด้วยความภูมิใจโดยหารู้ไม่ว่าการทำงานกับองค์ชาย 4 นั้นเป็นเรื่องน่ากลัวเพียงใด

หลังจากที่ เรนได้รับการแต่งตั้งองครักษ์ขององค์ชายลำดับที่ 4 มาได้เกือบสองเดือนแล้วทุกอย่างก็ดูปกติดีจนวันหนึ่งองค์ชายได้มีอาการหงุดหงิดหลังจากที่ไปพบองค์จักรพรรดิ

“ทั้งที่ข้ามีความสามารถมากกว่าพวกพี่ๆแท้ๆทำไมข้าไม่ถูกรับเลือกกันแน่” องค์ชายบ่น

“ใจเย็นๆค่ะองค์ชาย ค่อยๆสงบสติอารมณ์ก่อนการที่ท่านพ่อของคุณเลือก องค์ชายลำดับที่ 1 ขึ้นเป็นรัชทายาทลำดับที่ 1 เป็นไปตามลำดับอยู๋แล้วค่ะ” เรนค่อยๆอธิบายองค์ชาย

“แปลว่าถ้าข้ากำจัดท่านพี่สามคนก่อนหน้านั้น ข้าก็จะได้เป็นราชาองค์ต่อไปสินะ” องค์ชายได้เริ่มคิดแผนชั่วร้ายขึ้น

“แต่ว่าองค์ชายถ้าท่านโดนจับได้ขึ้นมาท่านอาจได้รับโทษถึงตายเลยนะ” เรนพยายามเตือน

“ได้ข่าวเจ้ามีเวทย์น้ำแข็งหนิ แถมยังใช้วิชาขั้นสูงได้อีกด้วยแปลว่าวิชาเยือกแข็งได้หนิ ข้าจะขอให้เจ้าช่วยทำให้เลือดของแต่ละคนแข็งตัวและตายอย่างไร้สาเหตุได้ เจ้าเป็นองครักษ์ของข้าหนิช่วยข้าหน่อยไม่ได้รึ” องค์ชายหันมาพูดกับเรน

“แต่ว่านั่นหมายถึงการกบฏเลยนะ ท่าน” เรนรีบแย้ง

“แต่ถ้าไม่มีใครจับได้ก็ไม่เป็นไรหนิ” องค์ชายยังคงโน้มน้าวต่อไป

“งั้นข้าขอกลับไปคิดก่อนละกัน” เรนเดินออกจากห้องขององค์ชายไป

ทหาร องค์ชายเรียกทหารที่แอบอยู่ในเงามืด “สะกดรอยตามองครักษ์ของข้าไปอย่าให้เขารู้ตัวหละดูเหมือนเธอมีแผนอะไรอยู่ในใจ” องค์ชายสั่งกับทหร

คืนนั้น ณ ห้องพักของเรน

“อืมเราจะทำอย่างไรดีถึงฉันจะไม่ทำองค์ชายก็หาวิธีลอบฆ่าอยู่ดีหรือเราจะเปิดเผยเรื่องนี้ให้องค์ราชาและองค์ชายคนอื่น เอางี้ฉันจะเขียนจดหมายไปแจ้งเตือนไปยังองค์ชายอีกสามคนก่อนที่เรื่องจะสายเกิดไป” เรย์คิดพร้อมลงมือเขียนจดหมาย หลังจากเขียนเสร็จเรนได้เข้านอนทันที เหล่าทหารที่เห็นว่าเรนหลับแล้วจึงได้่แอบเข้ามาในห้องของเรนและรีบคัดลอกจดหมายที่เรนเขียนไว้ทันทีและจากไป

วันต่อมา

“ว่าไงนะ องครักษ์คิดจะทรยศข้าอย่างนั้นรึ” เจ้าชายอ่านจดหมายที่ทหารคัดลอกมาให้เขาอ่านแล้วเกิดอาการโกรธทันที

“เมื่อนั้นข้าคงต้องกำจัดเขา” เขาคิดพร้อมเรียกคนรักใช้คนสนิทของเขามา “เชิญองครักษ์ของข้ามาดื่มชายามเช้ากับข้าหน่อย”

“หืมดื่มชากับองค์ชายหรอ ได้สิ” เรนกล่าวกับคนรับใช้ที่องค์ชายส่งมาเชิญไปดื่มชาด้วย

หลัังจากนั้นเรนก็ได้แต่งตัวเพื่อเตรียมตัวสำหรับไปดื่มชากับองค์ชายโดยไม่ได้คิดอะไรหลังจากไปถึงพบว่าองค์ชายกำลังนั่งรออยู่แล้วบนโต๊ะมีชารินไว้อยู่ในแก้วทั้งสองฝั่ง หลังจากองค์ชายเห็นว่าเรนเดินมาแล้วจึงได้ให้สัญญานนั่งตรงข้ามกับเขา

“สวัสดียามเช้าค่ะองค์ชาย” เรนกล่าวพร้อมโค้งคำนับและนั่งลง

“วันนี้เรียกข้ามาทำไมหรอคะ” เรนถามองค์ชายพร้อมดื่มน้ำชาที่องค์ชายเตรียมไว้

“ข้าก็แค่อยากชวนเจ้ามาดื่มน้ำชานิดหน่อยหนะ” องค์ชายกล่าว

“แล้วเรื่องเมื่อวานเจ้าตัดสินใจได้หรือยังหละ” องค์ชายถามต่อ

“ท่าน….ข้าบอกแล้วไงว่าการลอบสังหารองค์ชายคนอื่นเป็นการกระทำที่เสี่ยงเกินไปและไม่ควรทำด้วยและด้วยอำนาจของ องครักษ์ขาวถึงแม้ข้าจะสังกัดองค์ชายก็จริงแต่ข้ามีอำนาจในการจัดการกับผู้บองร้ายกับราชวงศ์เพราะฉะนั้น ข้าขอจับกุมท่านในฐานะกบฏ” พูดจบเรนพยายามใช้พลังน้ำแข็งเป็นโซ่แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นพร้อมเกิดอาการวิงเวียนอย่างรุนแรน

“นี่…ท่าน” เรนกล่าวพร้อมกับล้มลงไป

“หึหึ เท่านี้ก็ไม่มีขวางข้า ฮึฮึ” องค์ชายยิ้มอย่างพอใจ

“ทหารเอาตัวเจ้านี่ไปทิ้งไว้ที่แถบหมู่บ้านหิมะซะ” องค์ชายสั่งทหาร

สามปีผ่านไป ณ หมู่บ้านหิมะเหมือนจากเมืองหลวง 600 กิโลเมตร

“นี่เกิดไรขึ้นทำไมเพดานแปลกๆ” เรนคิด

“แย่แล้วต้องรีบไปเตือนองค์จักรพรรดิ” เรนเผลอตะโกนออกมา

“ว่าแล้วใส่ชุดอย่างนี้มาสลบกลางหุบเขาต้องเป็นพวกตำรวจลับขององค์จักรพรรดิแน่ๆ บอกแล้วอย่าเก็บคนในเครื่องแบบมารักษาอาจจะทำให้เกิดอันตรายก็ได้” ชาวบ้านคนหนึ่งพูดรอบๆตัวของเรนตอนนี้มีชาวบ้านจำนวนมากล้อมรอบอยู่

“ตำรวจลับ??” เรนสงสัย

“ใช่สิหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับองค์จักรพรรดิแต่เพียงผู้เดียวตั้งแต่จักรพรรดิคนที่แล้วตายอย่างปริศนาแล้วจักรพรรดิองค์ปัจจุปันขึ้นแทนทุกอย่างก็แย่หมดการพูดถึงองค์จักรพรรดิทำไม่ได้เหมือนเก่าแล้วเราโชคดีที่เป็นเมืองชายขอบสุดของจักวรรดิทำให้ไม่ค่อยมีเจ้าหน้าที่มายุ่งมากนักมักมาทุกๆ 2 ปี” ชาวบ้านคนนั้นอธิิบายต่อ

“หรือว่า องค์จักรพรรดิองค์ปัจจุปันใช่อดีตองค์ชายลำดับที่ 4 ใช่หรือไม่” เรนรีบถาม

“ใช่สิคนๆนี้เขาลือกันมาตลอดแหละใช้วิธีสกปรกทำให้องค์ชายคนอื่นๆตายปริศนาไม่ก็พิการจากอุบัติเหตเขาลืมกันให้วุ้นเลย ว่าแต่เจ้าเป็นตำรวจลับไม่ใช่หรอทำไมถึงทำอย่างกับไม่เคยรู้มาก่อน” ชาวบ้านอีกคนบอก

“ก็ใช่นะสิข้าไม่ใช่ตำรวจลับข้าคือ องครักษ์ขาว ประจำจักวรรดิหนะสิ” เรนตอบ

“องครักษ์ขาว ไม่ใช่ว่าท่านหายสาบสูญไปเกือบสามปีเลยหรอ” ชาวบ้านต่างส่งเสียหือฮา

“ผ่านมาสามปีละหรอแปลว่าจดหมายที่ข้าล่วงหน้าส่งเตือนองค์ชายอีกสามองค์และองค์จักพรรดิส่งไม่ถึงมือหรือเนี่ย” เรนพึมพำ

“ท่านพูดถึงเรื่องอะไรหรอท่านจะบอกว่าเรื่องที่ีเจ้าชายลำดับที่ 1 2 และ 3 พิการและเสียชีวิตปริศนาองค์จักพรรดิ ฟาสเทลเป็นคนทำอย่างนั้นรึ” ชาวบ้านคนเดิมถาม

“ใช่เรื่องทั้งหมดมันเกิดจากเรื่องประมาณ……….” เรนได้เล่าเรื่องตนพา ฟาสเทลไปส่งยังวังและได้ทำหน้าที่เป็นองครักษ์จนโดนกำจัดด้วยการวางยาแต่เนื่องจากโชคดีเขานำมาทิ้งไว้ในแดนหิมะทำให้ร่างและจิตวิญญานของเรนใช้พลังจากหิมะฟื้นคืนกลับมา

“พวกท่านอยากมีชีวิตที่ดีขึ้นไหม” เรนถามกับชาวบ้านหลังจากเล่าจบ

“ใช่สินอกจากเราจะไม่ค่อยจะมีอาหารเหลือยังต้องจ่ายภาษีมหาศาลให้กับทางการอีกว่าแต่ท่านจะทำไงรึ” ชาวบ้านถาม

“พวกเราก็จะตั้งประเทศขึ้นมาใหม่ยังไงหละ” เรนกล่าว

ห้ะ เสียงชาวบ้านพูดกันด้วยความตกใจ

“ใช่เราจะสร้างประเทศขึ้นมาจากเมืองๆนี้กว่าที่พวกทางราชสำนักหรือเมืองหลวงจะรู้ตัวเราก็สามารถวางรากฐานป้องกันได้แล้วแหละ” เรนกล่าว

“แต่ท่านเมืองนี้ของเราขาดแคลนอุปกรณ์นัก ถึงแม้เราจะมีทั้งเหมืองแร่จำนวนมากรวมถึงทรัพยากรอื่นๆแต่เราไม่สามารถขุดขึ้นมาใช้เพราะเครื่องมือไม่เพียงพออีกทั้งเหมืองยังมีทหารของจักรวรรดิคอยคุมอีก” ชาวบ้านกล่าว

“ไม่ต้องห่วง เราแค่ฆ่ามันให้หมดก็พอ” เรนกล่าวพร้อมดวงตาสีแดงน่ากลัว

“แต่ เราจะจัดการยังไงถึงถ้าเราจัดการไปแล้วแต่เมื่อไม่มีการส่งเหล็กจากที่นี่นานไปพวกนั้นอาจส่งคนมาตรวจสอบก่อนเวลาอันควรก็ได้หนิ” ชาวบ้านยังกังวลอยู่

“ไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ไปหรอกนะ ลืมแล้วหรือข้าคือใคร องครักษ์ขาว ฉายาราชินีแห่งหิมะก็แค่สร้างพายุหิมะป้องกันเมืองนี้ไว้ก็ได้” เรนกล่าว

“เอาเป็นว่าพวกท่านไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องพวกนี้หรอกข้าสามารถจัดการได้ไม่ยากหรอกพรุ่งนี้เรียกชาวบ้านในเมืองมารวมตัวกันเราจะเริ่มจัดตั้งประเทศใหม่กัน” เรนกล่าวต่อ

“เอาเป็นเอานะยังไงคงเลวร้ายน้อยกว่ายังคงเป็นประชากรจักวรรดิแหละ” ชาวบ้านพูดกันทุกคนเชื่อใจในเรนมาก เนื่องจากเรนมีสกิลลับอีกอย่างซึ่งเจ้าตัวไม่รู้ตัวคือสกิล การชักจูงสามารถสร้างจุดทำให้ทุกคนเห็นตรงกับตนเองได้

รุ่งอรุณแห่งประเทศแห่งใหม่ได้ถูกจุดขึ้นแล้ว

To be continued

ตอนนี้ผมจะกลับมาทำเรื่องนี้ต่อจากฉบับเก่าตอนนี้กำลังถยอยนำตอนของเดิมมาใส่นะครับ

← ตอนก่อนหน้า 📑 สารบัญ — จบตอนท้ายสุด —

💬 ความคิดเห็น (0)